
ทำความเข้าใจหน่วยแบตเตอรี่: mAh เทียบกับ mWh
, by Customer Support, 3 min reading time
, by Customer Support, 3 min reading time
ในโลกของแบตเตอรี่ mAh และ mWh คือสองหน่วยวัดสำคัญที่มักสร้างความสับสน โพสต์นี้จะพาคุณเจาะลึกความหมายและความแตกต่างของหน่วยวัดเหล่านี้ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าแบตเตอรี่แต่ละชนิดเหมาะกับอุปกรณ์ประเภทใด ไม่ว่าจะเป็นไฟฉาย ของเล่น หรืออุปกรณ์ VR ให้คุณเลือกแบตเตอรี่ได้อย่างชาญฉลาดและตรงตามการใช้งานจริง
ในโลกของแบตเตอรี่ มีสองหน่วยวัดสำคัญที่ควรรู้คือ mAh (มิลลิแอมป์-ชั่วโมง) และ mWh (มิลลิวัตต์-ชั่วโมง) ทั้งสองหน่วยนี้มีบทบาทในการวัดความจุและพลังงานของแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเลือกแบตเตอรี่ได้เหมาะสมกับอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นไฟฉาย ของเล่น อุปกรณ์ VR หรือสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ
บทความนี้จะช่วยให้คุณ:
mAh (มิลลิแอมป์-ชั่วโมง) คือหน่วยวัด “ความจุของประจุไฟฟ้า” หรือจำนวนกระแสที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายได้ใน 1 ชั่วโมง
กล่าวอย่างง่าย mAh คือค่าที่บอกว่าแบตเตอรี่สามารถจ่ายกระแสได้มากเพียงใดภายในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงที่แรงดันไฟฟ้าที่เท่ากัน ค่า mAh ที่สูงขึ้นแสดงถึงความจุที่มากขึ้น เหมือนกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บน้ำได้มากขึ้น
สูตรการคำนวณหาค่า mAh คือ: Q = I x t โดยที่:
ตัวอย่างเช่น หากแบตเตอรี่มีความจุ 2000mAh หมายความว่าสามารถจ่ายกระแสไฟ 2000 มิลลิแอมป์ (เท่ากับ 2 แอมป์) ได้นานหนึ่งชั่วโมง
mWh (มิลลิวัตต์-ชั่วโมง) คือหน่วยวัด พลังงานรวม ที่แบตเตอรี่สามารถปล่อยออกมา คำนึงถึงทั้งกระแสและแรงดันไฟฟ้า ในความเป็นจริง แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ค่าคงที่ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างการใช้งาน
กล่าวอย่างง่าย mWh ก็เหมือนกับการวัดพลังงานทั้งหมดที่เก็บอยู่ในอ่างเก็บน้ำ โดยคำนึงถึงทั้งความลึก (แรงดันไฟฟ้า) และปริมาตร (ความจุ) ซึ่งหมายความว่า mWh ให้มุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับศักยภาพพลังงานของแบตเตอรี่
สูตรการคำนวณหาค่า mWh คือ: W = U x Q โดยที่:
W แทนความจุพลังงานของแบตเตอรี่ มีหน่วยเป็น mWh
ตัวอย่างเช่น หากแบตเตอรี่มีความจุ 2000mAh และแรงดันไฟฟ้า 3.7 โวลต์ (V) ความจุพลังงานของมันจะเท่ากับ 7.4 วัตต์-ชั่วโมง (Wh) หรือ 7400 มิลลิวัตต์-ชั่วโมง (mWh) ซึ่งหมายความว่าสามารถให้พลังงานได้ 7400 mWh
(แบตเตอรี่ 2000mAh ที่แรงดัน 3.7V → 2000 × 3.7 = 7400mWh)
การแปลงระหว่าง mAh และ mWh ขึ้นอยู่กับแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถแปลงได้โดยใช้สูตรต่อไปนี้: mWh = mAh x V โดยที่: แรงดันไฟฟ้าเฉลี่ย (Nominal Voltage) มีหน่วยเป็นโวลต์ (V) เช่น:
การแปลงนี้มีความสำคัญในหลายกรณี เช่น:
- ✈️ **ข้อบังคับการบิน:** สายการบินมักจำกัดแบตเตอรี่ไม่เกิน 100 Wh
- 🔋 **เปรียบเทียบแบตเตอรี่ต่างชนิด:** เช่น NiMH 1.2V vs Lithium 1.5V
- 🧮 **ชุดแบตเตอรี่หลายเซลล์:** ต้องใช้ mWh เพื่อคำนวณความจุรวม
💡 เคล็ดลับ: หากคุณต้องการรู้ว่าพาวเวอร์แบงค์สามารถขึ้นเครื่องได้ไหม ให้แปลงเป็น Wh แล้วดูว่าไม่เกิน 100Wh หรือไม่ ตามข้อกำหนดของสายการบิน
💡ตัวอย่าง: พาวเวอร์แบงค์ 20000mAh (3.7V) = 74Wh → **ผ่านขึ้นเครื่องได้**
แบตเตอรี่ Li-ion 3.6/3.7V และ NiMH 1.2V เกือบทั้งหมดใช้ mAh ในการระบุความจุ แทนที่จะระบุเฉพาะ mWh เหตุผลหลักคืออะไร?
การเปรียบเทียบความจุแบตเตอรี่ภายใต้แรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างกัน
🔋 รู้หรือไม่? แบตเตอรี่ลิเธียม AA 1.5V 2500mAh อาจให้พลังงานมากกว่า NiMH 1.2V 2500mAh ถึง 25%
เมื่อต้องการเปรียบเทียบแบตเตอรี่ที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เท่ากัน เช่น แบตเตอรี่ลิเธียม AA 1.5V 2500mAh กับแบตเตอรี่ NiMH AA 1.2V 2500mAh หากดูแค่ตัวเลข mAh จะเหมือนกัน แต่พลังงานจริง (mWh) ต่างกัน
ดังนั้น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน AA 1.5V ให้พลังงานมากกว่าแบตเตอรี่ NiMH AA 1.2V
สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูงที่ต้องการแหล่งจ่ายไฟที่ต่อเนื่องและเสถียร เช่น คอนโทรลเลอร์ VR กล้องถ่ายวิดีโอ และ X-Box Wireless Controller จำเป็นต้องพิจารณาแรงดันร่วมด้วย การระบุด้วย mWh จึงเหมาะสมกว่า
เมื่อเซลล์แบตเตอรี่หลายเซลล์เชื่อมต่อแบบอนุกรมหรือขนาน การระบุด้วย mWh ช่วยให้แสดงความจุพลังงานทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แบตเตอรี่แล็ปท็อป หรือรถของเล่นบังคับวิทยุ
- เช่น แบตเตอรี่แล็ปท็อป เชื่อมต่ออนุกรม + ขนาน
- mWh ใช้รวมพลังงานจากเซลล์ต่าง ๆ ได้แม่นยำกว่า
หากไดรเวอร์เป็นไดรเวอร์กระแสคงที่เชิงเส้น โดยพื้นฐานแล้วมันจะควบคุมกระแสที่มาจากแบตเตอรี่โดยตรง ดังนั้น mAh จึงเหมาะสมที่สุด หากคุณมีไดรเวอร์แบบบัคหรือบูสต์ กำลังขับมักจะคงที่ และประสิทธิภาพมักจะสอดคล้องกัน ดังนั้น mWh จึงเป็นการวัดที่ดีกว่า
- 🟢 Linear regulator → ใช้ mAh
- 🟠 Buck/Boost converter → ใช้ mWh (เพราะแรงดันแปรผัน)
กล่าวโดยสรุป ชีวิตประจำวันของเราเต็มไปด้วยอุปกรณ์หลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีความต้องการพลังงานเฉพาะตัว การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง mAh และ mWh ช่วยให้เราสามารถเลือกแบตเตอรี่ที่ตรงกับความต้องการพลังงานของอุปกรณ์เหล่านี้ได้ดีขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นความต้องการอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น กำลังขับที่สูงขึ้น หรือความเข้ากันได้กับแรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างกัน หัวใจสำคัญของการเลือกอยู่ที่สถานการณ์การใช้งานที่เฉพาะเจาะจง หน่วยวัดเหล่านี้ให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความเหมาะสมของแบตเตอรี่ ทำให้เราสามารถตัดสินใจเลือกได้อย่างชาญฉลาด
🟢 ใช้ **mAh** เมื่อคุณต้องการรู้ว่าอุปกรณ์จะใช้งานได้นานแค่ไหน บอก “ระยะเวลาใช้งาน” ได้ดี
🟠 ใช้ **mWh** เมื่อคุณต้องเปรียบเทียบอุปกรณ์ที่แรงดันต่างกัน หรือคำนวณความจุรวมของหลายเซลล์ บอก “พลังงานรวม” โดยคำนึงถึงแรงดันไฟด้วย
🛫 อย่าลืมแปลงเป็น **Wh** หากต้องนำแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน